คลายร้อนที่ต้นเหตุดับไฟแห่งกิเลสให้ได้

พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ไฟ 3 กอง

ที่เผาไหม้มนุษย์อยู่ทุกวันทุกคืน ประหนึ่งไฟสุมขอน ได้แก่

1 ไฟแห่งราคะ

2 ไฟแห่งโทสะ

3 ไฟแห่งโมหะ

 

ราคะ ไฟแห่งความปรารถนา

“ราคะ” คืออะไร

     หากฟังเผิน ๆ คำว่า ”ราคะ” จะคล้ายกับคำว่า” รัก” ในภาษาไทย

แต่แท้จริงแล้วคำว่า “ราคะ” มาจากคำภาษาบาลีที่เป็นคำเดียวกับ

คำว่า “ราคา”  สิ่งใดที่มีคุณค่ามีราคาสูงในใจเรา

เราย่อมรักและต้องการสิ่งนั้นมาก หากเราไม่ได้สิ่งนั้นมาตามใจปรารถนา

สิ่งนั้นก็จะเป็นต้นเหตุทำให้เราทุกข์ ดังนั้น ยิ่งเรารักสิ่งใดมาก

และยิ่งเราปล่อยให้สิ่งนั้นมีราคามากเท่าไรต่อใจเรา

เราก็จะยิ่งทุกข์เพราะสิ่งนั้นมีราคามากเท่าไรต่อใจเรา

เราก็จะยิ่งทุกข์เพราะสิ่งนั้นมากเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ ราคะ คือความปรารถนา อยากได้

ใคร่เป็นเจ้าของจึงเป็นไฟกองแรกที่แผดเผาจิตใจเรา

 

ราคะเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ ทุกข์เพราะอยากได้

ยิ่งอยากมากเมื่อไม่ได้สมปรารถนาก็จะยิ่งทุกข์ และเมื่อได้มาแล้วก็ทุกข์อีก

เพราะความอยากของมนุษย์เหมือนโดมิโน

เมื่ออยากเรื่องนี้แล้วได้สมอยากก็อยากเรื่องอื่นต่อ

ความอยากตัวใหม่จะเข้ามาแทนที่ทันที จากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง

ไล่กันไปเป็นทอด ๆ ไม่จบไม่สิ้น

 

มนุษย์มักคิดว่า เมื่อเราได้สมอยากแล้ว

ความสุขจะเกิดขึ้นแต่จริงๆ แล้วเมื่อเราได้สมอยากแล้ว

ความสุขเกิดขึ้นเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น

แล้วความอยากเรื่องใหม่ก็จะเข้ามาแทนที่ต่อไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น

เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า

ถ้ามนุษย์คิดกำจัดทุกข์ด้วยการวิ่งตามสนองความอยากนั้น

ไม่ว่าจะเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดอีกกี่ชาติ ก็ไม่มีวันพ้นจากทุกข์ได้เลย

เพราะความอยากนั้นไม่มีวันสิ้นสุด

 

ดังนั้นการทำให้ตนเองสมอยากจึงไม่ใช่หนทางแห่งการดับทุกข์

เพราะความสุขที่เกิดจากการได้สมอยากนั้นสั้นและไม่ยั่งยืน

ในทางตรงกันข้าม การบอกตัวเองให้รู้จักพอต่างหากคือ

หนทางแห่งการดับทุกข์ที่แท้  

ถ้าอยากจะให้ชีวิตมีความสุขนั้นง่ายนิดเดียว

แค่ลดความอยากลง

แล้วความสุขก็จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

ยิ่งเรา พอ เร็วเท่าไร ชีวิตเราก็ยิ่งมีความสุขเร็วเท่านั้น รู้จักพอ

จึงเป็นวิธีเพิ่มความสุขที่ง่ายที่สุด

 

 

บทสรุปสู่ชีวิตที่มีแต่ความสุข

1 รู้เท่าทันความอยากของตัวเอง

2 เลิกวิ่งตามความอยาก

3 รู้จักลดความอยากลง

4 รู้จักพอ

 

จากท่าน ว.วชิรเมธี

 


Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะที่ใส่ใจในคำสอนของบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าopen-mounthed smile

#1 By Phikul (103.7.57.18|110.77.191.26) on 2012-11-20 10:43